คนไม่เชื่อโฆษณาคลินิก ไม่เชื่อดาราแล้วจะทำยังไง

วันก่อนนำเสนอเรื่อง B2A (Business to Algorithm) ไป จนมีคำถามนี้ตามมา  “ลูกค้าไม่เชื่อโฆษณา ไม่เชื่อดาราแล้วจะทำยังไง” วิธีการคงมีมาเรื่อย แต่สิ่งนึงที่คนอาจจะหลงลืมไป และยังคิดว่ายังใช้ได้ดีเสมอ แต่ใช้ได้ดีกับบางคลินิกเท่านั้น เพราะมันต้องเริ่มจากมีสิ่งที่ดี อยากนำเสนอก่อน นั่นคือ ปากต่อปาก

การสื่อสารแบบ H2H (Human to Human) จึงกลายมาเป็นแนวทางที่สำคัญมากขึ้น การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงและใส่ใจกับความต้องการของลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้พวกเขารู้สึกเชื่อมั่นในแบรนด์ได้ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสื่อสารแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นวิธีที่ลูกค้าสามารถแนะนำสินค้าหรือบริการจากประสบการณ์ที่ดีแก่เพื่อนและคนรู้จักได้

H2H มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ส่งเสริมให้เกิด “word of mouth” ในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งนี้การใช้วิธีการสื่อสารที่เป็นมนุษย์สู่มนุษย์จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในที่สุด

กีตาร์ - ฝ่ายกลยุทธ์


คนไม่เชื่อโฆษณาคลินิก ไม่เชื่อดาราแล้วจะทำยังไง

H2H คืออะไร

 “H2H” หรือ Human to Human เป็นมุมมองที่ทันสมัยและตรงประเด็นอย่างมากในโลกของการขายในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การติดต่อสื่อสารสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นี่คือบางประเด็นที่น่าสนใจจากแนวคิดนี้:

  1. มนุษย์เป็นศูนย์กลาง: การชูมุมมอง H2H หมายถึงการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และมนุษย์มากกว่าการมองลูกค้าเป็นเพียงแค่ตัวเลขหรือยอดขาย การเข้าใจถึงความต้องการและความรู้สึกของลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
  2. ความจริงใจและความใส่ใจ: การตอบคำถามและแก้ปัญหาของลูกค้าด้วยความจริงใจช่วยสร้างความไว้วางใจ ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ การให้บริการหลังการขาย หรือการรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
  3. เนื้อหาที่น่าสนใจ: การสร้างคอนเทนต์ที่สื่อสารได้อย่างมีอารมณ์และเชื่อมต่อกับลูกค้าจะสร้างแรงดึงดูดและทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง อย่างเช่น การเล่าเรื่องราว การแบ่งปันประสบการณ์ หรือการใช้ประโยชน์จากสื่อโซเชียลมีเดีย
  4. เปลี่ยนวิธีคิด: การมองว่าการขายเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมและเพิ่มยอดขายได้ในระยะยาว การที่บริษัทมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าและความต้องการของพวกเขามักจะส่งผลให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์
  5. โอกาสจากการสื่อสาร: ทุกการสื่อสารกับลูกค้าเป็นโอกาสในการสร้างผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นบนช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ การตอบกลับลูกค้าทันทีและเต็มใจสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแล

H2H ทรงพลังยังไง

H2H (Human to Human) สามารถเปรียบเทียบกับการตลาดแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) ในอดีตได้ในหลายแง่มุม แต่ก็มีความแตกต่างและพัฒนาการในรูปแบบและวิธีการแสดงออกที่เข้ากับยุคปัจจุบัน นี่คือการเปรียบเทียบระหว่าง H2H และการตลาดปากต่อปาก:

จุดที่คล้ายกัน

  1. การสื่อสารระหว่างมนุษย์: ทั้ง H2H และการตลาดปากต่อปากเน้นการสื่อสารระหว่างบุคคล โดยการสร้างความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อที่แท้จริงระหว่างบริษัทกับลูกค้า
  2. ความเชื่อถือได้: การที่ผู้คนได้รับข้อมูลหรือคำแนะนำจากคนรู้จักหรือจากผู้ที่มีประสบการณ์จริงมักสร้างความเชื่อถือได้มากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม
  3. สร้างความสัมพันธ์: ทั้งสองแนวคิดมุ่งหวังที่จะสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งช่วยในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

จุดที่แตกต่าง

  1. ช่องทางการสื่อสาร:
    • การตลาดปากต่อปาก: ในอดีตมักเกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จัก โดยเป็นการส่งต่อข้อมูลแบบไม่เป็นทางการ
    • H2H: ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นในการใช้ช่องทางดิจิทัล เช่น โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการสนทนาทางอีเมล ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายและรวดเร็ว
  2. การมีส่วนร่วม: H2H มีแนวโน้มที่จะเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับลูกค้าในแบบที่มากขึ้น ผ่านการสื่อสารสองทาง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้นและปรับกลยุทธ์ตามความต้องการของพวกเขา
  3. การสร้างประสบการณ์: H2H เน้นการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับอารมณ์ ซึ่งรวมถึงการให้บริการที่ดี การใช้เรื่องราว (storytelling) และการฟังความคิดเห็นจากลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขา

H2H จะเป็นที่สนใจมากขึ้นเพราะ

  1. ความไม่ซื่อสัตย์ของโฆษณา: มีโฆษณาหลายประเภทที่ดูเหมือนจะนำเสนอข้อมูลที่ไม่จริงหรือเว่อร์เกินจริง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มไม่เชื่อถือและมีความกังวลเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของสินค้าหรือบริการ
  2. ข้อมูลที่มากเกินไป: ในยุคดิจิทัล ข้อมูลโฆษณาที่หลั่งไหลเข้ามามากมายทำให้ผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่ายและไม่สนใจโฆษณาแบบทั่วไป การที่ธุรกิจเน้นการสื่อสารที่มีความหมายและเน้นความสัมพันธ์กับลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น
  3. การเข้าถึงข้อมูลและรีวิว: ลูกค้ามีทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ทำให้พวกเขาต้องการรับฟังจากมนุษย์จริง ๆ มากกว่าจากโฆษณา
  4. ความต้องการความเป็นส่วนตัว: ผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและเชื่อมโยงกับแบรนด์ในระดับที่มีความหมาย ซึ่งสามารถทำได้ผ่านการสื่อสารที่เป็นมนุษย์ระหว่างธุรกิจและลูกค้า
  5. การมองเห็นอารมณ์และความเข้าใจ: ผู้คนยินดีที่จะตอบรับกับสื่อสารที่มีอารมณ์และความเข้าใจ ซึ่งโฆษณาแบบ H2H ที่เน้นถึงความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อที่แท้จริงช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีและไว้วางใจได้
  6. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม: ผู้บริโภคในยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับความเข้าใจและความเอาใจใส่ สิ่งนี้ทำให้พวกเขามองหาสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าการซื้อขายแบบดั้งเดิม

โดยรวม H2H เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการขายในที่สุด นี่คือการมองที่เหมาะสมในยุคที่ลูกค้ามีความคาดหวังสูงและต้องการความใส่ใจจากธุรกิจครับ


จ่ายเงินเดือนให้แล้ว ทำไมพนักงานขายยังไม่กระตือรือร้น? ให้ค่าคอม 1% ก็ไม่แย่นะ แต่ทำไมพนักงานยังไม่ค่อยจะดันยอดกันเท่าไหร่? หลายคลินิกเจอปัญหานี้เหมือนกันค่ะ เพราะคอมมิชชันแบบแบนๆ ต่อให้เปอร์เซ็นต์ดูสูง แต่ถ้าเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนกลับเพิ่มไม่มากเท่าแรงที่ต้องทุ่ม ทำให้หลายคนรู้สึกว่าสู้ตายไปก็ได้เงินเพิ่มไม่คุ้มค่าความเหนื่อย

ลองเปลี่ยนวิธีคิดดูนะคะ จ่ายอินเซนทีฟแบบขั้นบันได — พอยอดขายเพิ่มถึงแต่ละขั้น ก็ได้เปอร์เซ็นต์หรือโบนัสเพิ่มอีก หรือมีรางวัลสำหรับคนที่ทำลายสถิติเดิม แบบนี้ทีมจะตื่นตัว อยากดันยอด และเห็นชัดว่าความพยายามตอบแทนคุ้มกว่าเดิม สุดท้ายแล้วคลินิกก็ได้ยอดขายที่ทะลุเป้าหมาย ทีมขายก็ภูมิใจและมีกำลังใจทุกเดือน ถ้าอยากรู้วิธีออกแบบโปรแกรมกระตุ้นทีมขายให้เวิร์กจริง อ่านต่อในบทความนี้ได้นะคะ!

อ่านต่อ

Google Business Profile คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่ได้ผลทันที
ที่สำคัญ – มันฟรี และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจใหม่

ผมเห็นหลายร้านเล็บ สปาเวียดนาม คลินิกเน้นราคาคุ้มค่า ทำแค่ขั้นตอนนี้ในเดือนแรก แล้วรีบไปยิงโฆษณา Facebook/Google Ads เพิ่ม ผลก็คือโทรศัพท์ดังไม่หยุด รับไม่วหาด! เพราะลูกค้าเห็นใน Google Maps ว่ามี “หน้าร้านจริงๆ” แผนที่ชัดเจน ข้อมูลครบถ้วน ดูเหมือนธุรกิจที่มีมาตรฐาน แม้จะเพิ่งเปิด 1-2 สัปดาห์ก็ตาม ความน่าเชื่อถือนี่แหละที่ทำให้ลูกค้ากล้าโทรมาถาม

ส่วนกุญแจสำคัญคือ “อย่าไปขัดกับ Google” เวลา Google ขอข้อมูลอะไร ขอรูปภาพ ขอยืนยันที่อยู่ ขอเบอร์โทรศัพท์ ให้ไปตามนั้นครบทุกอย่าง อย่าข้าม อย่าเว้น อย่าใส่ข้อมูลปลอม เพราะ Google รู้ทันที และจะลงโทษด้วยการไม่แสดงผลค้นหา หรือแสดงแต่อันดับต่ำๆ ยิ่งถ้ากรอกข้อมูลครบ 90% ขึ้นไป Google จะยิ่งชอบ ยิ่งแนะนำให้ลูกค้าเจอง่ายขึ้น

อ่านต่อ

แน่นอนครับ! เว็บไซต์ที่เราออกแบบและพัฒนาให้ลูกค้า ทุกประเภท—ไม่ว่าจะเป็นเว็บองค์กร, คลินิก, สปา, หรือร้านค้าออนไลน์—มีระบบป้องกันการ Hack รวมอยู่ในบริการเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงส่งมอบ

  • ใช้มาตรฐานป้องกันภัยคุกคาม เช่น SSL, ระบบกรองสแปม, ป้องกัน Bruteforce, Firewall และระบบอัปเดตความปลอดภัย
  • ดูแลตั้งค่าความปลอดภัยให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น
  • มีทีมงานตรวจสอบและแนะนำวิธีใช้งานอย่างปลอดภัย
  • การสำรองข้อมูล (Backup)

รวมถึงมาตรการความปลอดภัยแบบ 2 ชั้น (Two-factor Authentication หรือ 2FA) ในบางกรณีหรือเว็บไซต์ที่ต้องการระดับความปลอดภัยสูง เช่น เว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก, ระบบหลังบ้านที่มีข้อมูลสำคัญ หรือเว็บไซต์ที่เป็นเป้าหมายในการโจมตีบ่อย เราสามารถติดตั้ง/ตั้งค่าระบบยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้นให้ได้เช่นกัน แต่อาจต้องประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับรูปแบบเว็บไซต์และการใช้งานของแต่ละธุรกิจด้วยครับ

อ่านต่อ

ในทางทฤษฎี อาจดูเหมือนว่าผู้ใช้สามารถรอเว็บไซต์โหลดได้ 2-3 วินาที แต่ในทางปฏิบัติจริง ผมพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอดทนรอขนาดนั้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าคลินิกความงามที่คาดหวังประสบการณ์ที่รวดเร็วและมืออาชีพ หากเว็บโหลดช้ากว่า 1 วินาที ความสนใจของผู้ใช้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงสรุปได้ว่าตัวเลข “1 วินาที” คือเป้าหมายที่ควรโฟกัส เพราะให้โอกาสสูงสุดที่จะดึงลูกค้าให้เข้ามายังเว็บไซต์ของเราได้มากที่สุด

อ่านต่อ

AEO (Answer Engine Optimization) คือเทคนิคการปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสมกับการให้คำตอบโดย AI หรือผู้ช่วยดิจิทัล ซึ่งเน้นการจัดกลุ่มคำตอบที่ชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ AI สามารถดึงไปใช้ตอบคำถามผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว แตกต่างจาก SEO ที่เน้นการเพิ่มอันดับบนหน้าค้นหาและดึงดูดผู้คนเข้าชมเว็บไซต์โดยตรง

ตัวอย่างที่ชัดเจนจากลูกค้าของเราอย่าง D’ Lovevery Clinic ที่ทำงานร่วมกันมากว่า 1 ปี ด้วยการพัฒนาเนื้อหาถาม-ตอบในส่วน FAQ [https://dloveveryclinic.com/faq/] ทำให้เว็บไซต์ของคลินิกประสบความสำเร็จทั้งในด้านการค้นหาที่เพิ่มขึ้น, AI นำข้อมูลไปใช้เป็นคำตอบใน summary และเกิดยอดขายที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ AEO ร่วมกับ SEO สามารถสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่ชัดเจนในธุรกิจจริงได้

อ่านต่อ

ปัญหาหลักที่หลายๆคลินิกกำลังเผชิญคือ กลยุทธ์การตลาดบน LINE ของเรากำลังดึงดูด “นักล่าของฟรี” เข้ามาเป็นจำนวนมากแทนที่จะเป็น “ลูกค้าตัวจริง” ครับ คนเหล่านี้แอดไลน์เข้ามาเพื่อรับของฟรี พอได้ของแล้วก็บล็อกทันที ประกอบกับการที่เราส่งข้อความโปรโมชั่นแบบหว่านหาทุกคนมากเกินไป ทำให้ผู้ติดตามที่อาจจะไม่ได้สนใจจริงๆ รู้สึกรำคาญและกดบล็อกตามไปด้วย ผลลัพธ์คือเราได้ฐานผู้ติดตามที่เยอะแต่ไม่มีคุณภาพ ยอดบล็อกจึงสูงกว่ายอดผู้ติดตามใหม่ และทำให้การตลาดของเราไม่เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างที่ควรจะเป็นครับ

สำหรับแนวทางการแก้ไขและแผนการตลาดเพื่อเปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าตัวจริง สามารถดูรายละเอียดฉบับเต็มด้านล่างนี้ได้เลยครับ

อ่านต่อ

Home»FAQ»คนไม่เชื่อโฆษณาคลินิก ไม่เชื่อดาราแล้วจะทำยังไง