เปิดเผยปัจจัยอะไรบ้าง ทำคลินิกความงามเจ้ง

โชคดีที่รู้ว่าเจ้งเพราะอะไร

เปิดคลินิกเสริมความงาม ลงทุนหมดหน้าตัก ทำเลดี ร้านดูมีคลาส เครื่องทันสมัย แต่สุดท้ายต้องประกาศเซ้งกิจการ จะมีเจ้าของกิจการ 2 แบบ คือรู้ว่าเจ้งเพราะอะไร กับยังไม่รู้ ว่าแท้จริงแล้วอะไรทำให้คลินิกเจ้ง? คำตอบไม่ได้อยู่ที่คุณภาพหรือราคาอย่างเดียว

ด้านการขายและระบบคอมมิชชั่น

1. ระบบคอมมิชชั่นที่ผิดทาง

  • ให้คอมมิชชั่นสูง 5-10% โดยไม่มีเงินเดือนฐาน
  • พนักงานขายกลายเป็น “นักล่า” ไล่ล่าขายแบบไม่ลืมหูลืมตา
  • ทั้งโทร ทั้งบิ้ว ทั้งกดดัน จนลูกค้าอึดอัด

2. พฤติกรรมการขายที่ไม่ซื่อตรง

  • เซลส์ขายเกินจริง (เช่น คอร์สร้อยไหม 10 เส้น บอกลูกค้าต้องซื้อ 20 เส้น)
  • เซลส์เสนอโปรพิเศษที่เจ้าของไม่เคยอนุมัติ เพื่อปิดยอดให้ได้
  • พนักงานใหม่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ แต่ขายหนักแบบตีหัวเข้าบ้าน

ยอดขายที่ได้มา แลกกับความเชื่อมั่นที่เสียไป ไม่มีทางคุ้ม

3. ผลกระทบต่อทีมแพทย์

  • แพทย์ต้องตามแก้งานและรับเคสผิดความคาดหวัง ซึ่งปัญหาก็คือย้อนไปที่ตอนขาย หรือตอนสร้างความคาดหวังให้ลูกค้าไว้มากเกินไป
  • หมอรู้สึกถูกใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
  • หมอเริ่มลาออกเพราะไม่มีความสุขในการทำงาน

ด้านการตลาดและกลยุทธ์

4. ใช้โปรโมชั่นฆ่ากำไรตัวเอง

  • ลด แลก แจก แถม แบบไม่คิดบัญชีให้ดี ขายดีจนเจ้ง หลายท่านน่าจะเคยได้ยิน
  • ลูกค้าแห่มาเพราะถูก มีรายได้แต่กำไรไม่เหลือ คิดว่าจะต่อยอดได้ แต่สุดท้ายติดปัญหาบริหารหน้าร้าน เวลาไม่ได้ เตียงไม่ได้ หมอไม่พร้อม พนักงานไม่พอ
  • ธุรกิจที่เติบโตจากยอดขายแบบ “ทิ้งกำไร” ไม่ยั่งยืน เพราะลูกค้าที่มา ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะได้กลับมาอีกไหม หาที่อื่นที่ถูกกว่าต่อไปเรื่อย

5. ไม่มีลูกค้าประจำ มีแต่ “รายครั้ง”

  • คอร์สราคาแพงไม่ช่วยอะไร ถ้าไม่มีระบบดูแลให้เขากลับมา
  • ลูกค้ามองว่าจบคอร์สคือจบความสัมพันธ์
  • สร้างแต่ยอด ไม่สร้างความผูกพัน

6. ไม่รู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนคือ “ของจริง”

  • ยิง Ads หว่านไปทั่ว
  • ทำโปรฯ แบบหวังน้ำบ่อหน้า
  • ไม่รู้ว่าใครคือลูกค้าประจำ ใครคือนักล่าโปร

ด้านการบริหารจัดการ

7. พึ่งหมอเก่ง แต่ไม่มีระบบรองรับ

  • หมอคือแม่เหล็ก แต่ถ้าไม่มีระบบซัพพอร์ต หมอก็คือฟิกคอร์สที่สูงมาก
  • วันไหนหมอลาออก ธุรกิจถึงกับชะงัก
  • ธุรกิจที่ผูกอยู่กับ “ตัวบุคคล” มากเกินไป = เปราะบาง ไม่ใช่แค่หมอ พนักงานบางตำแหน่ง CEO Branding ก็ใช่เหมือนกัน dgh.agency จึงให้ความสำคัญในการสร้างระบบ เพราะเราห้ามคนออกไม่ได้ แต่คนเข้ามาต้องเข้าใจเป้าหมาย เนื้องานที่แบรนด์กำลังทำ วางระบบไว้ได้เร็วที่สุด คัดคนให้ตรงสเปค

8. ขาดการบริหารต้นทุนแบบมีสติ

  • ของต้องหรู คลินิกต้องสวย เฟอร์นิเจอร์ เครื่องต้องเพอเฟค บอกเลยว่า ถ้านี่คือสาขาแรก เหนื่อยแน่นอน ยกเว้นว่าเปิดมานานแล้ว ต้องการสร้างสาขาที่เป็นแลนมาร์ค เป็นหน้าตาของแบรนด์

9. บริหารธุรกิจ ไม่เหมือนรักษาคนไข้

  • คิดว่าแค่จ้างคนเก่ง ธุรกิจจะเดินได้เอง
  • เจ้าของไม่เข้าใจการตลาด ไม่เข้าใจตัวเลข ไม่เข้าใจต้นทุน
  • กลายเป็นว่า CEO คือ “จุดอ่อนของธุรกิจ”

พลังของรีวิวจากลูกค้า

10. ชื่อเสียงและความเชื่อถือพังทลาย

  • ลูกค้ารู้สึกถูกหลอก บางคนโวยวาย บางคนรีวิวแย่ โพสกระทู้ ฟ้องร้อง
  • ปล่อยให้เกิด รีวิวติดลบใน Pantip และ 1ดาว ใน Google, Facebook page พุ่ง
  • ไม่รีบเคลียร์กับลูกค้า เพราะไม่มีฝ่ายไหนรับผิดชอบจริงจังเรื่องนี้ สุดท้ายพังกันทั้งขบวนได้

วิธีแก้ไขที่ได้ผล

11. ปรับระบบคอมมิชชั่นใหม่

  • เปลี่ยนระบบคอมมิชชั่นเป็นแบบขั้นบรรได
  • วัดจากความพึงพอใจลูกค้า + ความตรงความคาดหวัง + เน้นความประทับใจก่อน
  • ขายคอร์สอย่างตรงไปตรงมา สร้างระบบขายที่ควบคุมง่าย แล้วค่อยใช้ความสามารถส่วนบุคคลพัฒนาต่อยอด

13. ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร

  • ปรับทัศนคติกับ พนักงานใหม่ทั้งหมด รวมถึงทีมแพทย์ ชี้ปัญหา และแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ใครไม่พร้อมจะได้รู้
  • สร้างแม่บทของการบริหารคลินิก ฉบับปรับปรุงของตัวเองขึ้นมา ไม่ต้องอ้างอิงคลินิกอื่น ยึดจากปัญหาภายในของตัวเองเป็นหลัก
  • ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ที่สิ้นเปลือง แม้จะเล็กน้อยก็ตาม (เคยเห็นตัวเลขของคลินิกที่ใช้เงินซื้อของไหว้ เดือนละ 10,000 แบบนี้เป็นต้น)
  • ปรับโครงสร้าง Back Office ควรมีประจำกี่คน หรืองานไหนใช้ Agency, Outsource แล้วแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานานได้ดีกว่า ก็ควรแยกเนื้องานให้ชัดเจน
  • ห้องประชุมคือห้องเอาไว้หาทางแก้ปัญหา ไม่ใช่ ทุกคนเอาปัญหาของตัวเองมากองกลางห้องประชุม แล้วรอฟังว่า ใครจะแก้ได้บ้าง!

เปิดคลินิกไม่ยาก แต่บริหารให้รอดในระยะยาว ต้องอาศัยมากกว่าเงินทุน

กีตาร์

Aesthetic Clinic Marketing Advisor

นัดปรึกษาแบบ 1:1
Home
»
Blog »
เปิดเผยปัจจัยอะไรบ้าง ทำคลินิกความงามเจ้ง