หมออยากจ้างดารามาเป็นพรีเซนเตอร์คลินิก ต้องทำยังไง

หากคุณหมอมีคอนเนคชั่นส่วนตัวกับดาราหรือผู้จัดการส่วนตัวของดาราที่ต้องการจ้าง การสื่อสารและเจรจาอาจทำได้ง่ายขึ้น เช่น พูดคุยเรื่องค่าจ้าง, เงื่อนไขงาน, และระยะเวลาการเป็นพรีเซนเตอร์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมสัญญาที่ชัดเจนและครอบคลุมด้านกฎหมายในส่วนของการโฆษณาสินค้าบริการสุขภาพด้วย ตอนนี้ยิ่งเข้มงวดมากขึ้น ต้องศึกษาให้ดีครับ

แต่ถ้าคุณหมอไม่มีคอนเนคชั่นส่วนตัวกับดาราหรือไม่สะดวกติดต่อเอง การหาเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญมาช่วยจะเป็นวิธีที่เหมาะสม เอเจนซี่จะช่วยเลือกดาราที่ตรงกับภาพลักษณ์ของคลินิก รวมถึงดูแลเรื่องการเจรจา จัดการโปรดักชัน ถ่ายทำ และเผยแพร่โฆษณา พร้อมช่วยดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการความสำเร็จในแคมเปญ การใช้ทีมมืออาชีพเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์

กีตาร์ - ฝ่ายกลยุทธ์


กำหนดงบประมาณ

ตั้งงบประมาณสำหรับแคมเปญทั้งหมด โดยคำนึงถึง

  • ค่าจ้างดารา (ค่าแรงขึ้นอยู่กับระดับความดัง, ชื่อเสียง และระยะเวลาใช้)
  • ค่าโปรดักชัน (ถ่ายโฆษณา, วิดีโอประชาสัมพันธ์)
  • ค่าโฆษณา (ช่องทางเผยแพร่ เช่น โซเชียลมีเดีย, Google Ads, สื่อต่าง ๆ)

เลือกดาราที่เหมาะสม

  • ภาพลักษณ์: เลือกดาราที่มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ เช่น ถ้าเป็นคลินิกความงาม เลือกคนที่ดูดี สุขภาพดี หรือเป็นที่ชื่นชอบในวงกว้าง
  • กลุ่มเป้าหมาย: ตรวจสอบว่าดาราคนนั้นมีฐานแฟนคลับตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคลินิก เช่น คนรุ่นใหม่ หรือคนรักสุขภาพ
  • ความสัมพันธ์ในวงการ: พิจารณาจัดจ้างดาราที่ไม่มีประวัติเสียหายหรือสร้างคอนโทรเวอร์ซี

ติดต่อเอเจนซี่หรือผู้จัดการส่วนตัว

การจ้างดาราโดยตรงอาจยุ่งยาก จึงควรใช้เอเจนซี่หรือผู้จัดการส่วนตัวของดาราเพื่อช่วยดำเนินการ เช่น

  • ติดต่อกับเอเจนซี่ที่ดูแลดารา (ส่วนใหญ่ดาราจะมีผู้จัดการส่วนตัวหรือค่ายดูแล)
  • ขอข้อมูลเกี่ยวกับเรตค่าตัว, เงื่อนไข และสัญญา

เตรียมสัญญาและเงื่อนไขชัดเจน

  • ระบุเงื่อนไขหน้าที่ของดารา เช่น ถ่ายภาพนิ่ง, วิดีโอ, การโพสต์โซเชียลมีเดีย, เข้างานอีเวนต์
  • กำหนดระยะเวลาและสิทธิ์ในการใช้ภาพหรือวิดีโอ เช่น ใช้ในโฆษณา 6 เดือนหรือ 1 ปี
  • ระบุเงื่อนไขการชำระเงิน (มัดจำและส่วนที่เหลือ)

สร้างคอนเทนต์และแคมเปญร่วมกัน

  • ทำงานร่วมกับดาราและทีมโปรดักชันเพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดและเหมาะสมกับแบรนด์
  • คำนึงถึงการนำเสนอจุดขายของคลินิก เช่น ความเชี่ยวชาญของหมอ, ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ, ความปลอดภัย

ปฏิบัติตามกฎหมายโฆษณาสินค้าบริการสุขภาพ

คลินิกต้องปฏิบัติตาม กฎหมายและกฎเกณฑ์ด้านการโฆษณาสุขภาพ เช่น

  • ห้ามโฆษณาเกินจริง
  • การขอโฆษณาโดยใช้ตัวแทน หรือบุคคลที่ 3 นำเสนอบริการแทนคลินิก
  • อ้างผลการรักษาที่เกินจริง หรือใช้คำโฆษณาที่ชี้นำผิด
  • ขออนุมัติการโฆษณาจากหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

วางกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์

เมื่อได้คอนเทนต์แล้ว วางแผนส่งเสริมการขายผ่าน

  • โซเชียลมีเดียของดาราและคลินิก
  • การจัดกิจกรรมและการเปิดตัวโปรโมชัน
  • การใช้โฆษณาออนไลน์และออฟไลน์

วัดผลและปรับปรุง

หลังจากเปิดตัวแคมเปญ ควรติดตามผลตอบรับ เช่น จำนวนคนที่สนใจเข้ามาใช้บริการ, การเพิ่มยอดขาย และการสร้างแบรนด์ เพื่อปรับปรุงการทำงานในอนาคต

การจ้างเอเจนซี่

หากหมอรู้สึกว่ายุ่งยาก สามารถจ้างเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลมาเป็นผู้ช่วยดำเนินการ ตรงนี้จะรวมถึง

  • การวางแผนแคมเปญ
  • ติดต่อดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์
  • การรันโฆษณา และติดตามผล

จ่ายเงินเดือนให้แล้ว ทำไมพนักงานขายยังไม่กระตือรือร้น? ให้ค่าคอม 1% ก็ไม่แย่นะ แต่ทำไมพนักงานยังไม่ค่อยจะดันยอดกันเท่าไหร่? หลายคลินิกเจอปัญหานี้เหมือนกันค่ะ เพราะคอมมิชชันแบบแบนๆ ต่อให้เปอร์เซ็นต์ดูสูง แต่ถ้าเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนกลับเพิ่มไม่มากเท่าแรงที่ต้องทุ่ม ทำให้หลายคนรู้สึกว่าสู้ตายไปก็ได้เงินเพิ่มไม่คุ้มค่าความเหนื่อย

ลองเปลี่ยนวิธีคิดดูนะคะ จ่ายอินเซนทีฟแบบขั้นบันได — พอยอดขายเพิ่มถึงแต่ละขั้น ก็ได้เปอร์เซ็นต์หรือโบนัสเพิ่มอีก หรือมีรางวัลสำหรับคนที่ทำลายสถิติเดิม แบบนี้ทีมจะตื่นตัว อยากดันยอด และเห็นชัดว่าความพยายามตอบแทนคุ้มกว่าเดิม สุดท้ายแล้วคลินิกก็ได้ยอดขายที่ทะลุเป้าหมาย ทีมขายก็ภูมิใจและมีกำลังใจทุกเดือน ถ้าอยากรู้วิธีออกแบบโปรแกรมกระตุ้นทีมขายให้เวิร์กจริง อ่านต่อในบทความนี้ได้นะคะ!

อ่านต่อ

Google Business Profile คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่ได้ผลทันที
ที่สำคัญ – มันฟรี และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจใหม่

ผมเห็นหลายร้านเล็บ สปาเวียดนาม คลินิกเน้นราคาคุ้มค่า ทำแค่ขั้นตอนนี้ในเดือนแรก แล้วรีบไปยิงโฆษณา Facebook/Google Ads เพิ่ม ผลก็คือโทรศัพท์ดังไม่หยุด รับไม่วหาด! เพราะลูกค้าเห็นใน Google Maps ว่ามี “หน้าร้านจริงๆ” แผนที่ชัดเจน ข้อมูลครบถ้วน ดูเหมือนธุรกิจที่มีมาตรฐาน แม้จะเพิ่งเปิด 1-2 สัปดาห์ก็ตาม ความน่าเชื่อถือนี่แหละที่ทำให้ลูกค้ากล้าโทรมาถาม

ส่วนกุญแจสำคัญคือ “อย่าไปขัดกับ Google” เวลา Google ขอข้อมูลอะไร ขอรูปภาพ ขอยืนยันที่อยู่ ขอเบอร์โทรศัพท์ ให้ไปตามนั้นครบทุกอย่าง อย่าข้าม อย่าเว้น อย่าใส่ข้อมูลปลอม เพราะ Google รู้ทันที และจะลงโทษด้วยการไม่แสดงผลค้นหา หรือแสดงแต่อันดับต่ำๆ ยิ่งถ้ากรอกข้อมูลครบ 90% ขึ้นไป Google จะยิ่งชอบ ยิ่งแนะนำให้ลูกค้าเจอง่ายขึ้น

อ่านต่อ

แน่นอนครับ! เว็บไซต์ที่เราออกแบบและพัฒนาให้ลูกค้า ทุกประเภท—ไม่ว่าจะเป็นเว็บองค์กร, คลินิก, สปา, หรือร้านค้าออนไลน์—มีระบบป้องกันการ Hack รวมอยู่ในบริการเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงส่งมอบ

  • ใช้มาตรฐานป้องกันภัยคุกคาม เช่น SSL, ระบบกรองสแปม, ป้องกัน Bruteforce, Firewall และระบบอัปเดตความปลอดภัย
  • ดูแลตั้งค่าความปลอดภัยให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น
  • มีทีมงานตรวจสอบและแนะนำวิธีใช้งานอย่างปลอดภัย
  • การสำรองข้อมูล (Backup)

รวมถึงมาตรการความปลอดภัยแบบ 2 ชั้น (Two-factor Authentication หรือ 2FA) ในบางกรณีหรือเว็บไซต์ที่ต้องการระดับความปลอดภัยสูง เช่น เว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก, ระบบหลังบ้านที่มีข้อมูลสำคัญ หรือเว็บไซต์ที่เป็นเป้าหมายในการโจมตีบ่อย เราสามารถติดตั้ง/ตั้งค่าระบบยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้นให้ได้เช่นกัน แต่อาจต้องประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับรูปแบบเว็บไซต์และการใช้งานของแต่ละธุรกิจด้วยครับ

อ่านต่อ

ในทางทฤษฎี อาจดูเหมือนว่าผู้ใช้สามารถรอเว็บไซต์โหลดได้ 2-3 วินาที แต่ในทางปฏิบัติจริง ผมพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอดทนรอขนาดนั้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าคลินิกความงามที่คาดหวังประสบการณ์ที่รวดเร็วและมืออาชีพ หากเว็บโหลดช้ากว่า 1 วินาที ความสนใจของผู้ใช้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงสรุปได้ว่าตัวเลข “1 วินาที” คือเป้าหมายที่ควรโฟกัส เพราะให้โอกาสสูงสุดที่จะดึงลูกค้าให้เข้ามายังเว็บไซต์ของเราได้มากที่สุด

อ่านต่อ

AEO (Answer Engine Optimization) คือเทคนิคการปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสมกับการให้คำตอบโดย AI หรือผู้ช่วยดิจิทัล ซึ่งเน้นการจัดกลุ่มคำตอบที่ชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ AI สามารถดึงไปใช้ตอบคำถามผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว แตกต่างจาก SEO ที่เน้นการเพิ่มอันดับบนหน้าค้นหาและดึงดูดผู้คนเข้าชมเว็บไซต์โดยตรง

ตัวอย่างที่ชัดเจนจากลูกค้าของเราอย่าง D’ Lovevery Clinic ที่ทำงานร่วมกันมากว่า 1 ปี ด้วยการพัฒนาเนื้อหาถาม-ตอบในส่วน FAQ [https://dloveveryclinic.com/faq/] ทำให้เว็บไซต์ของคลินิกประสบความสำเร็จทั้งในด้านการค้นหาที่เพิ่มขึ้น, AI นำข้อมูลไปใช้เป็นคำตอบใน summary และเกิดยอดขายที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ AEO ร่วมกับ SEO สามารถสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่ชัดเจนในธุรกิจจริงได้

อ่านต่อ

ปัญหาหลักที่หลายๆคลินิกกำลังเผชิญคือ กลยุทธ์การตลาดบน LINE ของเรากำลังดึงดูด “นักล่าของฟรี” เข้ามาเป็นจำนวนมากแทนที่จะเป็น “ลูกค้าตัวจริง” ครับ คนเหล่านี้แอดไลน์เข้ามาเพื่อรับของฟรี พอได้ของแล้วก็บล็อกทันที ประกอบกับการที่เราส่งข้อความโปรโมชั่นแบบหว่านหาทุกคนมากเกินไป ทำให้ผู้ติดตามที่อาจจะไม่ได้สนใจจริงๆ รู้สึกรำคาญและกดบล็อกตามไปด้วย ผลลัพธ์คือเราได้ฐานผู้ติดตามที่เยอะแต่ไม่มีคุณภาพ ยอดบล็อกจึงสูงกว่ายอดผู้ติดตามใหม่ และทำให้การตลาดของเราไม่เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างที่ควรจะเป็นครับ

สำหรับแนวทางการแก้ไขและแผนการตลาดเพื่อเปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าตัวจริง สามารถดูรายละเอียดฉบับเต็มด้านล่างนี้ได้เลยครับ

อ่านต่อ

Home»FAQ»หมออยากจ้างดารามาเป็นพรีเซนเตอร์คลินิก ต้องทำยังไง