ประกาศ15 กันยายน 2568
ในยุคที่ธุรกิจคลินิกเสริมความงามเติบโตอย่างก้าวกระโดด การสร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้บริโภคกลายเป็นหัวใจสำคัญที่มิอาจมองข้าม การประกาศล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่กำหนดให้ “ธุรกิจบริการเสริมความงามเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา” ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัว เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมาย แต่คือโอกาสสำหรับคลินิกที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
สรุปสาระสำคัญจากประกาศ สคบ. ที่ทุกคลินิกต้องรู้
จากปัญหาการร้องเรียนของผู้บริโภคที่ผ่านมาเกี่ยวกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สคบ. ได้กำหนด “สัญญามาตรฐาน” ขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่กระทบต่อการดำเนินงานของคลินิกโดยตรง ดังนี้:
- สิทธิยกเลิกสัญญาภายใน 7 วัน ผู้บริโภคมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและรับเงินคืนเต็มจำนวนภายใน 7 วัน หากยังไม่ได้เริ่มใช้บริการ
- สิทธิขอคืนเงินตามสัดส่วน คลินิกต้องคืนเงินตามสัดส่วนบริการที่ยังไม่ได้ใช้ ในกรณีต่างๆ เช่น
- คลินิกปิด/ย้ายสาขาโดยผู้บริโภคไม่สะดวกใช้บริการที่อื่น
- ผู้บริโภคมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าการรับบริการอาจเป็นอันตราย
- การโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นโดยผู้บริโภคไม่ยินยอม
- ไม่สามารถให้บริการได้ตามที่ตกลง หรือล่าช้าเกินสมควร
- บริการก่อให้เกิดอันตรายและแก้ไขไม่ได้ภายใน 7 วัน
- กำหนดเวลาคืนเงินที่ชัดเจน ต้องคืนเงินภายใน 15 วัน (สำหรับเงินสด/เงินโอน) และ 45 วัน (สำหรับบัตรเครดิต) นับตั้งแต่วันที่บอกเลิกสัญญา
ประกาศนี้ครอบคลุมบริการเสริมความงามหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การดูแลผิวพรรณ สปา การควบคุมน้ำหนัก ไปจนถึงการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์
คลินิกจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไรในยุคใหม่?
การปรับตัวตามกฎระเบียบเป็นเพียงก้าวแรก แต่การจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น คลินิกจำเป็นต้องมองไปข้างหน้าและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม:
- สร้างความโปร่งใสให้เป็นจุดแข็ง เปลี่ยนข้อบังคับให้เป็นนโยบายเชิงรุกของคลินิก สื่อสารเรื่องสิทธิการคืนเงินหรือเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะลดข้อพิพาท แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจซื้อคอร์สใหญ่ๆ มากขึ้น
- ลงทุนในประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) นอกเหนือจากผลลัพธ์การรักษาที่ยอดเยี่ยม การบริการที่เป็นเลิศคือสิ่งที่สร้างความภักดี พนักงานที่ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ไม่เน้นการขายเชิงกดดัน จะเปลี่ยนผู้มาใช้บริการให้กลายเป็นลูกค้าประจำ
- ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ลงทุนในระบบ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า นัดหมาย และติดตามผลอย่างเป็นระบบ ทำให้การบริการราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
- การตลาดที่เน้นคุณค่าและความเชี่ยวชาญ แทนที่จะแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ควรสร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้และแสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อสังเกตและสิ่งที่ต้องติดตาม
แม้ประกาศฉบับนี้จะกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องสัญญาไว้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่ได้ระบุถึงบทลงโทษตามกฎหมายโดยตรงในกรณีที่มีการฟ้องร้องและคลินิกเป็นฝ่ายแพ้คดี ซึ่งอาจรวมถึงค่าปรับหรือค่าเสียหายเชิงลงโทษอื่นๆ ประเด็นนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และทางเราจะติดตามข้อมูลเพื่อนำมาอัปเดตให้ทราบโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจดูท้าทาย แต่สำหรับคลินิกที่มีวิสัยทัศน์ นี่คือโอกาสทองในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ และตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ใส่ใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว จะนำไปสู่ความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
ดูประกาศฉบับจริง
อ่านใบประกาศฉบับจริงได้จากหน้าเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการคำปรึกษาหรือร้องเรียนปัญหา สามารถติดต่อสายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.ocpb.go.th











